ทางเข้า sbo
sbobet

รวมทุกเทคนิคแทงบอลออนไลน์  Sbobet พร้อมเผยเคล็ดลับ และวิธีเล่นที่น่าสนใจไว้ที่นี่ทีเดียวเลย

ทำตัวเองรึเปล่า ? เชลซี ยอดทีม กรุงลอนดอน จะเป็นยังไงเมื่อไร้เงา ซาร์รี่

ทำตัวเองรึเปล่า ? เชลซี ยอดทีม กรุงลอนดอน จะเป็นยังไงเมื่อไร้เงา ซาร์รี่

เชลซี ยอดทีม กรุงลอนดอน จะเป็นอย่างไรหลังจากนี้เมื่อจะต้องไร้เงา เมาริซิโอ ซาร์รี่ หลังจากกุนซือชาวอิตาลีตัดสินใจอำลาตำแหน่งเพื่อไปคุมทีม ยูเวนตุส แทน จากการที่เป็นแบบนี้ทำให้หลายคนมองว่าความผิดส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีม สิงห์บลู ตกอยู่ในสภาวะแบบนี้ก็เพราะทางสโมสรเองด้วยเช่นกัน

เชลซี ยอดทีม กรุงลอนดอน จะเป็นยังไงเมื่อไร้เงา ซาร์รี่

เมาริซิโอ-ซาร์รี่

ปัจจุบันกลายเป็นว่า “สิงโตน้ำเงินคราาม” ปัจจุบันยังไม่มีกุนซืออย่างเป็นทางการ และอาจจะถูกแบนห้ามซื้อนักเตะในช่วง 2 ตลาดซื้อ-ขาย

บวกกับเสียนักเตะหมายเลขหนึ่งของทีมอย่าง เอแด็น อาซาร์ ที่ไปอยู่กับ เรอัล มาดริด และยังไม่รู้ว่าจะเสียใครไปอีกบ้างหรือเปล่า โชคดีที่ตอนนี้ยังไม่มีแนวโน้มแบบนั้น

กลายเป็นว่าตอนนี้แฟนบอล “สิงโตน้ำเงินคราม” หลายต่อหลายคนมองว่าในฤดูกาลหน้า เชลซี จะกลายเป็นทีมที่ด้อยที่สุดในบรรดาบิ๊กซิกซ์

เพราะเหตุผลข้างต้นที่ผ่านมาทั้งหมด มันจะทำให้พวกเขาไม่มีการพัฒนาเพิ่มจากเดิม ซึ่งถามว่าทำไมอยู่ดีๆ สถานการณ์มันออกมาเลวร้ายขนาดนี้ ต้องลองมาไล่เรียงกัน ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เริ่มจากต้นฤดูกาลที่ผ่านมา สโมสรทำการแต่งตั้ง ซาร์รี่ เข้ามาแบบเกือบจะไม่ทัน กว่ากุนซือชาวอิตาเลียนจะเริ่มทำงาน ก็ล่วงไปถึงกลางเดือนกรกฎาคม เนื่องจากมีกรณีของ อันโตนิโอ คอนเต้ รวมอยู่ด้วย

ซาร์รี่-จอร์จินโญ่

สุดท้ายพอได้ตัวมา ก็ซื้อนักเตะคู่บุญมาหนึ่งรายก็คือ จอร์จินโญ่ เวลาผ่านไปแป๊บเดียว ตลาดก็ล่วงมาถึงวันสุดท้ายแล้ว เนื่องจากซัมเมอร์ที่ผ่านมา เป็นปีที่มีการเลื่อนเวลาตลาดมาปิดเร็วขึ้นพอดิบพอดี

ทีมเสีย ติโบต์ กูร์กตัวส์ ไปให้กับ เรอัล มาดริด ก็ต้องรีบไปควานหาผู้รักษาประตูเข้ามาแทนที่ สุดท้ายก็ต้องยอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาล เป็นค่าตัวสถิติโลก คว้า เกป้า มาเฝ้าเสา

พร้อมกับยืม มาเตโอ โควาซิช มาเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการขาย เกป้า แต่ก็ดันไม่ได้ใส่ออพชั่นซื้อขาดเอาไว้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจงใจแบบนั้นหรือเปล่า ในช่วงที่ผ่านมา เชลซี ยังมี 5 อันดับ นักเตะ ฟอร์มตกเมื่อย้ายมา พรีเมียร์ ลีก รวมอยู่อีกด้วย

สุดท้ายทีมก็ต้องเล่นไปเท่าที่มีแบบนั้น โชคดีที่พวกเขาไม่เสีย อาซาร์ ไปตั้งแต่ซัมเมอร์ที่แล้ว เพราะจริงๆ ตอนนั้นก็มีข่าวลือกันอยู่ว่าจะไปหลังจบฟุตบอลโลก 2018

ช่วงแรกเปิดตัวได้สวยงาม เก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเริ่มสะดุด แพ้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หลังจากนั้นก็เริ่มมีช่วงฟอร์มตก จนสุดท้ายสะดุดถึงขั้นที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-6

คนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด กลับเป็น เมาริซิโอ ซาร์รี่ ผู้เป็นกุนซือ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ที่มันไม่ปกติ คือการที่มีกระแสถึงไล่ ซาร์รี่ ออกจากตำแหน่งหลังจบฤดูกาล หรือบางช่วงนี่แรงถึงขึ้นควรจะเกิดขึ้นตอนนั้นเสียเลย

สาเหตุหลักๆ ก็มาจากการที่พวกเขาเล่นบอลกันค่อนข้างมีมิติเดียว เน้นบุกขึ้นไปแบบค่อยๆ ต่อบอล ไปเป็นแผง ใช้การจ่ายบอลเป็นจุดเด่น ประกอบกับการที่นักเตะแต่ละคนเริ่มความมั่นใจตกลง ไม่กล้าเลี้ยงกินตัวใส่คู่แข่ง

เรื่องการเปลี่ยนตัวของกุนซือ ก็เป็นอะไรที่ถูกวิจารณ์ นักเตะที่ฟอร์มไม่ดีอย่าง จอร์จินโญ่ โดนหาว่าเป็นลูกรัก ไม่เคยโดนถอดออก มาเตโอ โควาซิช ก็จะถูกแทนที่ด้วย รอสส์ บาร์คลี่ย์ และ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ก็จะถูกแทนที่ด้วย มาเตโอ โควาซิช

คัลลั่ม-ฮัดสัน-โอดอย-รูเบ็น-ลอฟตัส-ชีค
นักเตะที่ดูน่าสนใจอย่าง คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ก็ไม่ยอมดันขึ้นไปสู่ชุดใหญ่ รูเบ็น ลอฟตัส-ชีค เองก็ได้ลงเล่นแต่ใน ยูโรปาลีก

สุดท้ายหวยก็มาออกที่ ซาร์รี่ ทั้งหมด และก็เริ่มมีการขีดเส้นตายมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่นถ้าไม่สามารถจบในตำแหน่งท็อปโฟร์ได้ ก็จะโดนปลด

หากไม่ได้แชมป์ ยูโรปาลีก ได้ก็จะโดนปลด ?

เชลซี ยอดทีม กรุงลอนดอน ซาร์รี่-แชม์-ยูโรป้า

หากไม่ได้แชมป์ ยูโรปาลีก ได้ก็จะโดนปลด หรือถ้าแพ้ แมนฯ ซิตี้ ในนัดชิงลีก คัพ ก็จะโดนปลด คือไม่ว่าจะทำอะไร ก็จะโดนปลดทั้งหมด ขอแค่เพียงไม่ได้ความสำเร็จเป็นรูปธรรมเท่านั้นก็ปิดบัญชี

ซาร์รี่ โดนกดดันจากทุกทาง ทั้งบอร์ดบริหาร, ตัวนักเตะ ที่บางรายก็ดูไม่ได้ให้ความเคารพกุนซือรายนี้สักเท่าไหร่ และ แฟนบอลเอง ก็ดูจะไม่ได้ชอบใจนัก กับเรื่องราวบนสนาม รวมถึงมาด “ลุง” ของเขา

บางคนแซวว่าเป็นกุนซือชอบจด ผมก็ตกใจ คือเราอาจจะเห็น ซาร์รี่ นั่งจดอยู่ข้างสนาม ซึ่งเอาจริงๆ มันก็แทบกุนซือทุกคนแหละที่จด เพียงแต่ว่าจะจดเองหรือจะให้คนอื่นจด

แต่สิ่งที่สำคัญคือเขาจดแล้วนำไปใช้ อุปกรณ์ที่ ซาร์รี่ ใช้จด เป็นเพียงเศษกระดาษ ที่เมื่อเอามาใช้งานเสร็จก็ทิ้งเลยทันที มันเป็นเพียงการเมมโมรี่เอาไว้ในหัวเท่านั้น

จะต่างจาก หลุยส์ ฟาน กัล ที่จะมีสมุดเป็นแฟ้มของตัวเอง เปรียบเสมือนไดอารี่ หรือสมุดเลคเชอร์ ซึ่งเขียนไว้ แต่ไม่ได้นำไปเผยแพร่หรือแจกจ่ายให้ลูกทีมและสตาฟฟ์โค้ช

บางคนก็แซวเขาถึงเรื่องการสูบบุหรี่ พอมาอยู่ที่อังกฤษ เขาก็ไม่สามารถทำได้ที่ข้างสนาม ก็ไปหาว่าเสี้ยนยา เลยคิดอะไรไม่ออกบ้างต่างๆ นาๆ

สุดท้ายจบฤดูกาล เชลซี กลายเป็นทีมอันดับ 3 ได้ไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อัตโนมัติ, เกือบได้แชมป์ ลีก คัพ หลังไปแพ้ดวลจุดโทษให้กับ แมนฯ ซิตี้ และปิดฉากด้วยการเป็นแชมป์ ยูโรปาลีก

เชลซี-ถูกแบน-ซื้อขาย-นักเตะ

ประเด็นหลักคือ ไม่มีใครคาดคิดว่า “สิงโตน้ำเงินคราม” จะถูกแบนห้ามซื้อนักเตะ!! เรื่องของ อาซาร์ หลายๆ คนอาจจะคิดไว้แล้วว่ามันน่าจะต้องเกิด แล้วมันก็ดันมาเกิดในซัมเมอร์นี้จริงๆ แต่มาเจอเรื่องแบบนี้เข้า เหล่าบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ เชลซี รวมถึงแฟนบอลเอง ก็ยังมีรีแอคชั่นที่ก็ดูเฉยๆ กับ ซาร์รี่ อยู่ดี

สิ่งที่สะสมกันมาตลอดฤดูกาล โอกาสที่จะถูกปลดจากตำแหน่งได้ทุกเมื่อ รวมถึงโอกาสที่ ยูเวนตุส หยิบยื่นมาให้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันประกอบรวมกันให้ ซาร์รี่ ตัดสินใจย้ายออกจากทีมทันที

สุดท้ายความซวย ความลำบาก มันก็มาตกกับ เชลซี เอง พวกเขากลายเป็นทีมที่ดูลำบากที่สุดในบรรดาทีมบิ๊กซิกซ์ หรือ 6 สโมสรใหญ่ในอังกฤษ

ขนาดทีมที่ดูปั่นป่วนอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งเรื่อง ปอล ป็อกบา, ดาบิด เด เคอา ที่อยากจะย้าย รวมถึงพฤติกรรมสุดห่วยของ เจสซี่ ลินการ์ด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด

แต่พวกเขาก็ยังมี โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยืนเป็นกุนซือ และยังสามารถซื้อขายปรับเปลี่ยนทีมได้จนกว่าตลาดจะปิดตัว

อาร์เซน่อล แม้จะมีเม็ดเงินน้อย แต่พวกเขาก็ยังเล่นแร่แปรธาตุได้ ขายนักเตะเพื่อนำเงินมาซื้อตัวผู้เล่นในตำแหน่งที่ต้องการได้ อยู่ที่ว่าพวกเขาจะทำหรือไม่

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เองที่แม้อาจจะต้องเสีย คริสเตียน อิริคเซ่น แต่พวกเขาเองก็มีเป้าหมายที่จะเสริมทัพตัวอื่นหากเสียบุคคลสำคัญไป แต่ตัวหลักรายอื่นๆ ก็ยังอยู่กัน สนามที่สร้างไว้ ก็ใช้ได้อย่างเป็นทางการแล้ว

ส่วน ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ ไม่ต้องพูดถึง 2 ทีมนี้สมบูรณ์แบบไปแล้ว ขัดเกลาอะไรนิดหน่อยก็พอได้

แต่กลับกลายเป็น เชลซี ที่ขยับตัวอะไรแทบจะไม่ได้ ซื้อนักเตะมาเสริมทัพก็ยังไม่ได้ ตัวผู้เล่นคนสำคัญก็เสีย กุนซือคนใหม่ก็ยังไม่มี

แม้ว่าเต็งหนึ่งที่จะเข้ามาเป็นนายใหญ่ถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ดูจะไม่พลาดไปจาก แฟร้งค์ แลมพาร์ด แต่การที่เขาเข้ามา ก็มีเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ๆ แปะไว้ทันทีว่า เขาจะทำอะไรได้บ้างในสถานการณ์ของทีมที่เป็นแบบนี้

ลองคิดดูว่าถ้า ซาร์รี่ ไม่ไป ยูเวนตุส ยอดทีมจากลอนดอน ก็ยังคงสานต่อแท็กติกเดิมจาก ซาร์รี่ ได้ เพียงแค่ต้องช่วยกันอุดรอยรั่วที่ อาซาร์ ย้ายออกไป แน่นอนว่ามันอาจจะด้อยประสิทธิภาพลง แต่อย่างน้อยมันไม่ต้องมานั่งนับหนึ่งกันใหม่หมดแบบที่เป็นอยู่นี้

แลมพาร์ด อาจได้รับตำแหน่งกุนซือ เชลซี

แฟรงค์-แลมพาร์ด

ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า แลมพาร์ด ได้คุยกับทาง โรมัน อับราโมวิช เจ้าของทีมว่าหากเลือกเขาเป็นผู้จัดการทีมคนต่อไป ก็จะต้องไม่ปฏิบัติกับเขาเหมือนกุนซือคนอื่นๆ

และจะขอเวลาทำทีม 2 ปี ถึงจะค่อยมาตัดสินกันว่าควรอยู่ต่อหรือไม่ ไม่ใช่หมดซีซั่นแรกพอทีมไม่ได้อะไรเลย ก็ไล่ออกทันที

ซึ่งเรื่องนี้ ก็ต้องตั้งคำถามกลับไปทางผู้บริหารทีมว่า รับได้ไหมกับเรื่องดังกล่าว ถ้ารับได้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็น่าจะเพลาลงไปบ้าง และน่าจะมีความกดดันน้อยลง แต่ถ้ารับไม่ได้ คุณก็อาจจะต้องมองหากุนซือรายอื่นแทน แล้วจะมีใครล่ะที่มารับเผือกร้อนนี้ได้


เรื่องทั้งหมดมันออกมาแบบนี้ จะว่ามันเกิดจากความซวยอย่างเดียวก็คงไม่ใช่ อาจเป็นเพราะ ทำตัวเองรึเปล่า ? เชลซี ยอดทีม กรุงลอนดอน จะเป็นยังไงเมื่อไร้เงา ซาร์รี่ ติดตาม ข่าวฟุตบอล จากทุกลีกดัง สถิติฟุตบอล ที่น่าสนใจ อ่านบทความ ความมุ่งมั่นของ กาซอร์ล่า ติดตามได้ทุกวันทาง : www.donbaleh.com

Author Image
tong